บันทึกของพระคุณลุงคนเชียงใหม่ถึงหลาน ๆ เรื่องภัยพิบัติ

เรียน สมาชิกทุกท่านครับ หลังจากไตร่ตรองอยู่หลายวัน ผมตัดสินใจนำบันทึกทั้งหมดของพระคุณลุง ออกนำมาเสนอก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติ มากเกินไปกว่าที่จะคาดเดาได้ของมนุษย์ชาติ ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยที่ผมมีส่วนได้เห็นคำบันทึก อันเนื่องมากจากญาน ของพระคุณลุง โดยที่ผมไม่ได้นำมาเสนอให้มีการเตรียมการกัน จะเป็นบาปติดในใจผม ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์แบบในบันทึกที่เขียนไว้ แม้นว่าตัวผมเองจะได้วางอุเบกขา แต่ว่าถ้าไม่ได้เผยแพร่ออกไป สิ่งนี้ถือว่าผมขาดเมตตา จะเชื่อหรือไม่ เป็นเรื่องของบุญกรรมของท่าน ในส่วนตัวผมเองถือว่าได้เผยแพร่สิ่งที่ติดค้างในใจผมแล้ว

ผมขอแบ่งบันทึกออกเป็น 4 ตอน

1. เรื่องราวที่ เกิดขึ้นในวันฟ้าดับ
2. เรื่องราวที่ จะเกิดตามมาหลังวันฟ้าดับ 3 วัน
3. เรื่องราวที่ จะเกิดขึ้นหลังจากวันฟ้าดับ
4. เรื่องราวที่ คนไทยจะเผชิญกับสิ่งใดบ้าง

1. เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันฟ้าดับ

วิกรม หลานลุง หลังจากลุงได้แจ่มชัดในญานทัศนะ ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นแล้ว ทำให้จิตใจของลุงเองเศร้าหมอง จนไม่อาจข่มจิตให้เป็นอุเบกขา ว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีกรรมเป็นของตัวเอง การเข้าไปก้าวล่วงกรรมของผู้อื่นนั้น ผู้ที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงนั้น จะต้องเป็นผู้แบกรับกรรมนั้นๆ ไว้ หลังจากบันทึกนี้ ลุงตัดสินใจที่จะออกบวช เรื่องราวที่มีการเตรียมการกันนั้น ฝากให้หลานดูแลประสานกับคุณลุงประสิทธิ์และกลุ่มบ้านพุทธบุตร เพื่อช่วยเหลือกันตามกำลังบุญต่อไป

เรื่องราวที่ลุงบันทึกทิ้งไว้ใหลานนี้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้หลานและคณะเกิดความประมาท ในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทั้งในด้านการเตรียมการภายนอกและการเตรียมการภายใน เน้นย้ำเรื่อง การฝึกตายก่อนตาย เพื่อให้จิตคุ้นเคยกับอาสัญกรรมในทางสว่างให้กับน้อง ๆ และหลาน ๆ ทุกคนด้วย

เพราะกุญแจดอกแรกที่จะเปิดเข้าไปในโลกแห่งวิญญานนั้น กรรมที่แรงสุดคืออาสัญกรรม เพราะถ้าจิตผูกยึดกับสิ่งใดในขณะที่ขาดห้วงลมหายใจสุดท้ายนั้น ถ้าหากมีเพียงแค่เสี้ยวอึดใจ อาจจะถลำลงสู่อบายภูมิ ถ้าจิตเป็นอกุศล หมั่นทำทานในสิ่งที่ยากๆ เพื่อไม่ให้ตนติดยึดกับคน สัตว์ สิ่งของใดๆ อันจะเป็นแรงเหนี่ยวรั้งเราไปสู่การเกิดที่ไม่เป็นกุศล หมั่นเจริญมรณะสติ

เรื่องราวที่ลุงได้บันทึกไว้ให้หลานนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดจากญานทัศนะของลุง เพื่อให้หลาน จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ วันเวลาอาจจะมีการคลาดเคลื่อนบ้าง ตามเหตุและปัจจัย แต่เรื่องราวที่จะเกิดขึ้น สิ่งเตือนซึ่งวันเกิดภัยพิบัตินั้น ไม่เปลี่ยนแปลง

เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นนั้น ลุงขอเรียกว่า วันฟ้าดับ ก็แล้วกัน เพราะในยามนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นทุกด้านมืดสนิท แม้แต่ในยามที่เราหลับตา ยังมีความสว่างมากกว่าเสียอีก ลุงบันทึกหลังจากอธิษฐาน ไปยังวันก่อนหน้าที่จะเกิดภัยพิบัติแก่บ้านเรา 3 วัน 7 วัน

ก่อนหน้านั้น ลุงเห็นคนที่มีจิตเป็นอกุศลกรรม ได้มีการฉลอง จุดพลุ ร้องเพลงปีใหม่ และ นับย้อนหลังในวันสิ้นปี (ลุงจึงคาดว่า เหตุการณ์จะเกิดขึ้นหลังฉลองสิ้นปีใหม่) ลุงเห็น ดาวเหนือเปลี่ยนไปในลักษณะที่อธิบายไม่ถูก แต่มีความแตกต่างและเห็นได้เจน ทั้งขนาดและความสว่าง (จุดนี้น่าจะเป็นสัญญานเตือนให้มีการเตรียมการณ์กันนานหลายวัน)

ในวันฟ้าดับ ก่อนหน้านั้น จะมีฝนตกต่อเนื่องกันหลายวัน แล้วในวันนั้น ไร้ฝน ฟ้าหม่นหมองยิ่งนัก ใบไม้เงียบจนไม่ฟลิกใบ ฝูงสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า จะครวญครางแอบหมอบ

ลุงเห็น ฟ้าสว่างโร่อย่างไม่เคนเห็นมาก่อน (ทำให้ลุงนึกถึงเรื่องราวที่คนเล่าถึงแสงสว่างจากระเบิดปรมาณู) ในยามที่เกิดแสงสว่าง ลุงเตือนหลานและทุกคน อย่าพยายามที่จะมองหาต้นทางของแสง เพราะหลังจากนั้น ลุงเห็นภาพ คนที่ตามืดบอดเนื่องจากแสงจักรวาลที่ฟาดลงมาแทงทำลายตาของเขา แต่หลังจากเกิดแสงนี้แล้ว หลานยังมีเวลาเตรียมตัว

ในช่วงนี้เอง สัตว์ต่าง ๆ จะตื่นกลัววิ่งหนีแบบไม่มีทิศทาง บ้านเราถ้ามีสัตว์ใด ขอให้หลานอย่าได้กักขังเขา เพราะจะเป็นอันตราย แม้แต่สัตว์ที่เชื่องที่สุด แต่ก็มีบางตัวที่จะรอดนั้น จะหมอบตัวสั่นใกล้ ๆ กับมนุษย์ ในยามนี้ขอให้หลานได้เข้าไปยังสถานที่ที่มีการเตรียมการและปิดให้มิดชิด อาหาร น้ำ ยา และ ชุดยังชีพ ให้ทุกคนแยกติดตัวไว้ อย่าเอารวมกันเพื่อจะแบ่งกัน เพราะอาจจะลำบากมากในการติดต่อกัน แม้แต่อยู่ใกล้ ๆ กัน

ส่วนการย้ายเข้าที่ปลอดภัยและที่มีมีการเตรียมการอพยพ ขอให้หลานๆ ได้เตรียมตัวกันเต็มที่ หลังจากที่เห็นดาวเหนือเปลี่ยนไป หลังจากที่มีแสงจักรวาลเข้ามาแล้ว หลังอีกไม่นานนัก ลุงเห็นภาพ คนกำลังทานข้าวกันอยู่ จะเกิดเหตุการณ์โลกเรา เหมือนกับชนกับอะไรซักอย่าง คนที่อยู่บนผืนดินเหมือนคนที่อยู่บนรถขนาดใหญ่ที่มีการชน ภาพคนล้มไถลไปกับพื้น ตึกพังทลายราบลงมาทันที

ยังไม่ทันได้ตั้งตัว จะมีเสียงดังเหมือนวัวยักษ์ครางอือๆๆๆๆๆ ขอให้หลานและทุกคน ห้องแข็งแรงของเรา หรือ คนที่อยู่นอกพื้นที่ ให้เข้าไปยังที่มีหลังคาแข็งแรง และ ปิดหูด้วยอุปกรณ์ป้องกันเสียง ที่ลุงได้ให้เตรียมไว้แล้ว เพราะพอเสียงวัวยักษ์ร้องเงียบลง ไม่กี่อึดใจ ลุงเห็นภาพ ผู้คนวิ่งออกจากตึก เพราะกลัวแผ่นดินไหวที่จะตามมา หลังจากนั้น จะมีเสียงดังที่สุด ซึ่งลุงก็บอกไม่ได้ว่ามันดังแค่ใหน แต่หลังจากนั้น ลุงเห็น ผู้คนเลือดออกจากรูหู นอนกลิ้งเกลือกไปตามพื้น ตาเถลือกถลน คนที่เอามืออุดหูทันนั้น ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ เพราะลุงเห็นคนที่พยายามสื่อสารกัน แต่เหมือนกับว่าคนในโลกนี้ แก้วหูขาดไปหมดสิ้นแล้ว เสียงตะโกนโหวกเหวก แต่ต่างคนต่างไม่รู้เรื่อง ลุงจึงขอย้ำเตือนหลานตรงนี้ เรื่องการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันหูให้ดีที่สุด อาจจะทำให้หนักเป็นเบาได้

หลังจากนั้น ลุงเห็นภาพ ที่ทุกคนกลับมาตื่นกลัวอีกครั้ง จากแผ่นดินไหวรุนแรง และ สั่นต่อเนื่องกัน ผิดจากครั้งแรกที่เหมือนจะชนโครมเดียวแล้วหยุด แต่คราวนี้ เป็นเหมือนมีคนจับเอาเราอยู่ในกระด้ง แล้วเคาะขอบมันอย่างแรงอย่างต่อเนื่อง เสียงหวีดร้องตื่นกลัวดังไประงม

แต่ในยามนั้น นิมิตลุง อาจจะมีเพียงลุงในจุดนั้นที่ได้ยินเสียง เพราะภาพคนที่วิ่งไปมา มีเลือดไหลออกจากหู ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนา ที่ลูกหลานที่พ่อแม่หอบออกมาจากอาคารบ้านเรือน ที่กลัวแผ่นดินไหวมาเจอเสียงดัง ก็วิ่งกลับไปในที่ที่คิดว่าปลอดภัย และ พอแผ่นดินไหว ก็พากันวิ่งกระเซอะกระเซิงออกมาอีก

หลานวิกรม ลุงเห็นภาพที่สร้างความน่าเวทนาสงสารสรรพสัตว์ทั้งหลาย ว่าชีวิตมนุษย์มีเพียงแค่นี้เอง ยังไม่จบสิ้นแค่นี้นะ ภาพผู้คนที่วิ่งหลบแผ่นดินไหวออกมา นั่งกอดกันร้องไห้เป็นกลุ่ม ๆ มีควันไฟที่เกิดจากไฟไหม้ลอยคละคลุ้งไปหมด หลายคนที่เสียสติเริ่มต้นร้องไห้ ภาพพ่อแม่พยายามค้นหาลูกหลานที่ติดอยู่ในซากปรักหักพัง ต่างคนต่างฟูมฟายร้องไห้ ไม่มีใครสามารถช่วยใครได้

ในตอนค่ำ ลุงเห็น คนมารวมกัน มีการก่อกองไฟ อากาศหนาว แต่ลมสงบนิ่ง ตอนนี้ ลุงเห็น ขอบฟ้าแดงจ้าจนน่ากลัว แล้วสิ่งที่ลุงเรียกว่า วันฟ้าดับ ก็เกิดขึ้น ลุงเห็นมีแสงสีแดงพุ่งมาจากพระอาทิตย์วาบหนึ่ง จากนั้น แสงทั้งหมดก็จะม้วนเข้าไปในรูปทรงกลม ลูงไม่รู้จะเรียกอะไร น่าจะเป็นพระจันทร์ดำ เพราะเป็นสีดำ ๆ เหมือนจันทรุปราคาที่มาบดบังพระอาทิตย์ แต่เล็กกว่ามาก แต่ตอนนั้น พระจันทร์ก็ยังเห็นอยู่ แล้วบรรยากาศที่เหมือนเราดับเทียนในห้องมืดที่สุดก็เกิดขึ้น พรึบเดียวแสงทั้งหมดจะหายไป แม้แต่ดวงดาวและพระจันทร์ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ความมืดในขณะนั้น ลุงเห็น คนพยายามยกมือของตนเองขึ้นมาดู ก็ยังไม่สามารถเห็นได้

ความตื่นกลัวก็เกิดโกลาหลอีกครั้ง คนจะกอดคนที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วร้องไห้ระงม คนที่อยู่ห่างจากคนอื่นแม้แต่วาเดียว ก็ไม่สามารถหากันเจอ จนกว่าจะคลำหากันเจอ ช่างเป็นภาพที่น่าเอน็จอนาจมาก คนส่วนใหญ่ ที่หูจะแตกดับ หรือ คนที่อุดหูทัน ก็จะมีอาการหูอื่ออึงอยู่ แต่ก็พอยังมองเห็นกัน แต่ในยามมืดสนิทแล้ว เสียงคนพยายามตะโกนหากัน เสียงหวีดร้องโหยหวนด้วยความกลัว แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ได้ยิน ได้แต่สะเปสะปะไขว่คว้าหากัน อย่างนี้เอง ลุงถึงได้ย้ำกับหลานว่า ให้แยกเป้ที่จัดเตรียมไว้ให้สำหรับแต่ละคน และ เมื่อเข้าไปอยู่ในที่ห้องปลอดภัยที่ได้เตรียมสร้างไว้ ขอให้หลานสร้างตามแปลนที่ลุงได้เขียนไว้ให้ ตู้คอนเทนเนอร์ที่เตรียมทั้ง ตู้อาหาร ตู้ปลอดภัย และ โรงพยาบาลเคลื่อนที่ด้วย

ตอนนี้ดึกมากแล้ว ลุงง่วงแล้วแต่ยังอยากบันทึกให้หลานไว้ให้เสร็จ ก่อนที่เดินทางไปหาพระอาจารย์ ภาพที่เกิดมาลุงรู้สึกเศร้าใจกับญานทัศนะที่ลุงได้เคลื่อนไปในยามที่เด่นชัด กับ เจอภาพภัยพิบัติที่หนักหนาสาหัญกว่าที่ลุงเตรียมการไว้ จนเกิดเวทนาในสัตว์โลก และ เห็นการคร่ำควรญของคนที่ไม่เคยศึกษาทางธรรม และ ไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเตรียมมรณะสติไว้เลย

ในส่วนที่ลุงบันทึกนี้ คนที่มีกรรม และ ไม่เคยฝึกสมถะกรรมฐานผ่าน ในขั้นรูปญาน และอรูปญาน 4 นั้น หลานอย่าไปอธิบายเขาเลย เพราะจิตเขาหยาบกว่าที่จะเข้าใจ ในวันฟ้าดับ ยังมีเรื่องเอน็จอนาจซ้ำเติมมนุษย์ที่ไม่ได้เตรียมการอีก หลังจากที่มืดมิดแล้ว ลุงยังเห็นภาพ คนคลานหนีหรือกอดกันร้องไห้ เพราะยังมีอาการแผ่นดินไหวเป็นระยะ ๆ มากบ้างน้อยบ้าง ภาพเพดาน สิ่งของ เท่าที่คนไปแอบซุกอยู่หล่นลงมา มีคนเจ็บคนตายร้องครวญคราง

แต่วิกรม มีสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น ก็คือ คนที่รอดตายขณะนั้นจะตายมากอีก ลุงเห็นภาพ น้ำแข็งก้อนเท่าทีวี เท่าบาตร หรือ บางก้อนขนาดเท่าตู้เย็นเล็ก ทะยอยตกลงมาจากฟ้า ส่วนก้อนขนาดกำปั้น ตกกระจายไปทั่ว คนที่หลบหนีหลังคนที่หักโครมครามออกมาท่ามกลางความมืดนั้นมาอยู่ในที่โล่ง ต้องมาตายกับฝนลูกเห็บยักษ์ที่มีความเย็นจัดมาก เพราะลุงเห็นภาพ คนแข็งตายอยู่กราดเกลื่อนเต็มไปหมด

แต่ภาพที่เกิดหลังจากนี้ ที่หลานคงคิดว่า มนุษย์ชาติจะอยู่อย่างไร เมื่อลุงอธิษฐานไปยังหลังจากนี้แล้ว กลับเน็จอนาจยิ่งกว่า ลุงจะได้พยายามทบทวนเรียบเรียงสิ่งที่ลุงเห็นมา บันทึกให้หลานๆ ได้นำไปเตรียมตัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ในสิ่งที่ลุงเห็นมานั้นไม่เคยแจ่มชัดเท่านี้มาก่อน แต่สิ่งที่ลุงได้อธิษฐานว่า ถ้าลุงมีบารมีและมีบุญที่เกี่ยวเนื่องกับ พระอาจารย์โสณะ ขอโปรดเมตตาให้ญานทัศนะของลุงชัดเจนแจ่มใส จนได้เห็นภาพเหล่านี้ขึ้นมา ขอพระบารมีของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์ทุกพระองค์ ได้โปรดเมตตาสรรพสัตว์และหลานๆด้วย

………………………………………………………………………………………….

2. เรื่องราวที่จะเกิดตามมาหลังวันฟ้าดับ 3 วัน

วิกรม ที่ลุงฝากบันทึกนี้ให้หลาน เพราะลุงคาดว่าต้องใช้เวลาสองสามวันที่จะบันทึกให้เสร็จหมด เพราะพิมพ์ได้ช้ามาก และที่มอบให้หลานเพราะหลานเป็นญาติเพียงคนเดียว ที่สามารถแยกกายจิตรวมทั้งฝึกสมถะกรรมฐานได้ ในระดับที่จะสามารถสื่อสารทางจิตกับลุงได้ แม้ตอนนี้จะยังไม่สามารถจะไปหน้าหรือย้อนกลับในเรื่องราวของตนเองได้ดี แต่ขอให้หลานตั้งใจฝึกฝน รายชื่อพระอาจารย์ที่หลานควรจะเดินทางไปฝึกฝนต่อไป

บันทึกในส่วนนี้ ลุงขอเล่าในเรื่อง หลังจากผ่านคืนฟ้าดับมาแล้ว เพื่อให้หลานๆ ได้เตรียมตัว บันทึกเมื่อคืนก่อน แม้ลุงจะไม่ได้บันทึกละเอียดได้เท่าที่ลุงเห็นมา แต่ภาพรวมก็คงไม่ขาดไปมาก ที่ลุงต้องรีบบันทึก เพราะวันที่ 17 นี้ ลุงจะเดินทางตามพระอาจารย์ ไปยังหลวงน้ำทา ประเทศลาวตอนบน

วิกรม ในส่วนของพื้นที่ ๆ ได้มีการจัดเตรียมไว้นั้น ที่ลุงประสิทธิ์เสนอย้ายให้ใกล้ลงมานั้น และ รับคนในหมู่บ้านให้มากเพิ่มนั้น ลุงขอเล่าเรื่องที่ลุงเห็นมา จะตัดสินใจอย่างไรแล้วแต่หลาน ๆ จะร่วมกันพิจารณา บันทึกในส่วนก่อน ลุงเล่าถึงเรื่อง มีก้อนน้ำแข็งที่ตกมาจากท้องฟ้า ทำให้อากาศหนาวเย็นและลมแรงมาก ในส่วนของตู้คอนเทนเนอร์ ที่นำมาสร้างห้องแข็งแรงนั้น ขอให้ใช้ตู้เหล็กขนาดใหญ่ที่ลุงสั่งมา และ ให้เร่งเสริมเหล็กกันกระแทกด้านบนและด้านข้าง ให้เลือกที่เป็นตู้ที่ใช้เป็นห้องเย็น เพราะจะช่วยเรื่องอากาศหนาวเย็น หลังจากมีก้อนน้ำแข็งตกลงมาจากฟ้าได้ดี ในส่วนของตู้สำหรับบรรจุอาหารนั้น ถ้าสามารถรวบรวมเงินได้ ก็ให้เปลี่ยนเป็นตู้แบบตู้ห้องเย็นให้หมด ก็จะปลอดภัยมากขึ้น

เหตุผลที่ไม่ควรย้ายลงมา เพราะว่าภาพที่ลุงเห็นถัดไป ก็คือ หลังจากที่มีการหยุดของโลกกึ๊กหนึ่งนั้น ภาพน้ำข้ามภูเขามาจำนวนมากมาย ลุงเห็นภาพ กรุงเทพจมหายไปกับสายน้ำ ภาพเขื่อนภูมิพลและหลายๆเขื่อน ลุงไม่แน่ใจว่าอะไรบ้างบิดร้าว ตัวเขื่อนแม้ไม่แตกสลายแต่ขอบๆเขื่อน ที่เป็นภูเขา เป็นดิน มีรอยร้าว และ มีน้ำกัดเจาะเข้าไป จนน้ำทะลุภูเขาไปอีกด้าน จนสุดท้าย ภูเขาก็แบ่งออกเป็นสองซีก ลุงเห็นภาพ น้ำกวาดบ้านไปเหมือนของเล่น

ที่เชียงใหม่บ้านเรา ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวมากไม่น้อยกว่าทีอื่น ๆ แต่เรื่องน้ำนั้น เขื่อนแม่งัดแม่กวง แตกพังทะลาย น้ำที่แตกมาจากเขื่อน จะกวาดบ้านเรือนที่อยู่ในส่วนตอนล่าง ลุงเห็นภาพ เจดีย์ขาวที่อยู่หน้าเทศบาล ที่ติดแม่น้ำปิงเห็นแต่ตัวยอดนิดเดียว ฝากหลานไปบอกให้เจ้านิดหน่อยกับลูก ๆ และ แฟนเขา ย้ายบ้านมารวมกับหลาน แบ่งพื้นที่หลังบ้านในส่วนของลุงยกให้นิดเลยก็ได้ หรือถ้าไม่อยากสร้างใหม่ก็มาอยู่ที่บ้านหลังเล็กของลุงเลย เพราะแถวแม่ริมนี้จะได้รับผลกระทบจากการพังของเขื่อนน้อย ก็เป็นเพียงแต่น้ำเอ่อล้นแผ่ออกมา แต่คาดว่าแผ่มาแต่ไม่ท่วมถึงหน้าวัดบ้านเรา หรือว่าขึ้นมาก็คงไม่สูงมาก เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนแม่งัดน้อยกว่าเขื่อนแม่กวง

ภาพที่ลุงเห็น ในเมืองเชียงใหม่ ตึกรามบ้านช่องที่พังทลายจากก่อนหน้านั้น ผู้คนออกมาในคืนฟ้าดับนั้น กลับโดนกวาดไปกับสายน้ำ ที่บ้านเราจะรุนแรงและต่อเนื่องกัน เพราะเขื่อนบ้านเราอยู่ใกล้เขื่อนน้ำเดินทาง เพียงสองสามชั่วโมงเท่านั้นเอง คนแถวสันทราย ดอยสะเก็ด ช่อแล คงเลี่ยงหนีไม่พ้น มวลน้ำทั้งหมด จะกวาด ไปผ่านลำพูนไปทั้งหมด แต่ด้วยระยะทางของน้ำก็จะเสียหายน้อยกว่าแถวสันทราย เมืองสันกำแพง แถวอำเภอบ้านธิ ลำพูน

ลุงจะเตือนป้าแดงของหลานและญาติของเราแล้วแต่เขาเคยฝึกจิต และ เชื่อเรื่องการเปลี่ยนของโลกได้อย่างไร คงแล้วแต่บุญกรรมของเขา แต่การสูญเสียบ้านเราก็น้อยกว่าพื้นที่เขื่อนใหญ่ๆ ที่มีมวลน้ำจำนวนมากอย่างเทียบไม่ได้ ลุงเห็นภาพ เจดีย์วัดอรุณเห็นเพียงยอดฉัตรเท่านั้น หมายถึง กรุงเทพ คงไม่มีที่แห้งให้ยืน

ลุงย้ำตอนนี้ ขอให้เลือกพื้นที่ อย่างไรก็ให้อยู่ตอนเหนือของเขื่อน หรือ หลานจะแนะนำใครที่จะย้ายออกมา เพราะเชียงใหม่เอง ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยทั้งหมด ในยามที่โลกมืดมิดมองไม่เห็นอะไรนั้น พ้นจากแผ่นดินไหว แล้วสายน้ำก็กวาดลงมาอีก จะมีใครซักกี่คนหนอที่จะรอดผ่านไปได้ ถ้าไม่มีการเตรียมการก่อนล่วงหน้า รวมทั้งการเลือกพื้นที่ ๆ ปลอดภัยก่อน เพราะในยามนั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว

อดคิดถึงเชียงรายพะเยาไม่ได้ ถ้าน้ำจากเขื่อนที่จีนสร้างไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ แตกลงมา ที่ว่าเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็หมายถึง มีการกักน้ำได้มากที่สุด จะทะลักมาตอนนั้นอีกมากเท่าไหร่ หลานอย่าแปลกใจเลย ที่จุดปลอดภัยของเชียงราย อยู่ที่ดอยตุง

มีเรื่องที่หลานต้องเตรียมไว้ด้วยนะ ว่าในช่วงของการที่มีความมืดมิดของโลกนั้น ใช่ว่าจะเป็นความมืดแบบไม่มีแสงใด ๆ คงไม่ใช่ แต่จะมีฟ้าแลบฟ้าผ่าลงมา เสียงผ่าที่ดังกว่าเสียงระเบิดเปรี้ยงๆๆ พอๆกับเสียงระเบิดหิน เป็นเวลาก่อนที่ก้อนน้ำแข็งจะร่วงมาจากฟ้า เพราะฉะนั้น เวลาที่มืดมิดแล้วเริ่มเห็นแสงขึ้นมา อย่าออกจากห้องเพราะมันจะเป็นแสงฟ้าแลบและจะตามด้วยก้อนน้ำแข็ง

ขอให้หลานๆ อย่าได้พยายามที่จะเปิดอุปกรณ์ใดๆที่เป็นแสง เพราะจะเกิดการผ่าเข้ามาที่บริเวณนั้น แต่ว่าในห้องสามารถที่จะใช้เส้นเรืองแสงที่ลุงให้เตรียมไว้ ในกรณีที่ต้องรักษาอาการบาดเจ็บของคน แต่ต้องปิดประตูให้มิดชิด ให้อยู่ในห้องแข็งแรงนั้นอีก 3 วัน หรือ จนกว่าอาหารในเป้ที่เตรียมไว้สำหรับทุกคนหมดที่เตรียมไว้ 4 วัน จึงออกมาจากห้องแข็งแรงได้

ในช่วงที่อยู่ในห้องแข็งแรง ขอให้หลานนำน้องๆและลูก สวดบทสวดมนต์ ที่ลุงได้บังคับท่องให้ขึ้นใจ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะได้ยิน เพราะตอนนั้นคนส่วนใหญ่จะหูแตกหรือยังอื้ออึงอยู่ แต่จะช่วยป้องกันอมนุษย์ หรือ สิ่งที่หลุดออกมาจากโลกที่ต่างมิติออกไปเข้ามา หลานเคี่ยวเข็ญให้ยายจุ๊กจิ๊กกับหนูบ๊วยสวดด้วย อย่างน้อยต้องสวดบทชินบัญชรต้องได้ วิกรม อย่าลืมน้ำผึ้งที่ลุงสั่งไว้ที่ฟาร์มผึ้งสุภาพ เอามาเก็บไว้ในห้องด้วย เพราะจะช่วยเด็กๆไม่ต้องทานอาหารแห้งๆ อย่างไร้รสชาติไปหลายๆวัน

ย้ำเรื่องการออกจากห้องแข็งแรง อย่าออกจนกว่าจะเห็นแสงอาทิตย์จากข้างนอก หลังจากนั้น หลานอย่าได้รอที่จะย้ายขึ้นไปรวมกับลุงประสิทธิ์ แต่ต้องรอสังเกตุให้ฟ้าสว่างชัด ถ้าขอบฟ้ายังเป็นสีเหลืองอมฟ้า อย่าได้รีบเคลื่อนย้าย ระวังอย่าให้ทุกคนหรือเด็ก ๆ โดนฝนเป็นอันขาด เพราะในก้อนน้ำแข็งที่หล่นมาจากฟ้านั้นมี เชื้อโรคที่ยาในรายการที่ลุงเตรียมไว้ให้หามาไว้ในห้องยาของเราไม่ครอบคลุม ลุงได้ตรวจสอบกับครูบาอาจารย์แล้วตรงกัน ก็คือ วันฟ้าดับนั้น ประมาณ 3 วัน ซึ่งหลานอย่าได้กังวลเกี่ยวกับวันเวลา เพราะในสิ่งที่ลุงไปเห็นมา มันมืดจนแยกเวลาไม่ออกอยู่แล้วว่าผ่านไปเทียบกับกี่วัน ในเวลาโลกปกติ

ในส่วนที่อื่นๆ หลานอย่ารู้มากกว่านี้เลย เพราะจะทำให้จิตใจเศร้าหมอง กับการจากไปของญาติพี่น้องคนที่รู้จักมากมาย ขอให้หลานอย่าได้หยุดตั้งใจฝึกจิตของหลาน ให้มีร่างจิตสามารถสื่อสารได้ และ สามารถแยกร่างจนชำนาญนั้น ก็จะช่วยให้หลานเป็นที่พึ่งของคนอื่นๆได้

วันนี้คงได้แค่นี้ สายตาลุงชักจะไม่ใหวแล้ว ในส่วนของบัญชีเงินฝากของลุงที่มีในธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย และ กสิกรไทย ลุงได้เซ็นใบถอนทิ้งไว้แล้ว หลานเบิกและย้ายมารวมกันในบัญชีธนาคารกรุงไทย ที่ลุงให้หลานใช้ในการซื้อของจัดเตรียมสร้างตู้คอนเทนเนอร์ให้หมด จะได้สะดวกในการทำงาน เพราะถ้าหลังจากนี้ลุงบวช เงินก้อนนี้ก็คงไม่จำเป็นสำหรับลุงแล้ว

………………………………………………………………………………………….

3. เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นหลังจากวันฟ้าดับ

วันนี้ วันที่ 15 แล้ว ลุงมีเวลาอีกสองวันที่จะบันทึก ก่อนที่จะเดินทางไปตามกำหนดที่ได้นัดหมายกับพระอาจารย์ไว้ ลุงจะพยายามบันทึกสิ่งที่มีประโยชน์กับหลานและคณะที่เตรียมการกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ ความสามารถและสายตาลุงสามารถทนได้กับจอคอมพิวเตอร์นี้

วิกรม ที่ลุงต้องรีบให้หลานอพยพ หลังจากที่ฟ้าสว่างแล้วนั้น เพราะหลังจากนั้นอีกไม่เกิน 10 วัน ศพคนตายที่มีจำนวนมากได้เริ่มเน่าเหม็น แม้ส่วนใหญ่สายน้ำได้จะได้พัดพาไปด้วยแล้ว แต่มีอีกเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิต เนื่องจากหนาวตายจากอุณหภูมิที่ก้อนน้ำแข็งได้ตกมาจากฟ้า และ ไม่ได้เตรียมการเอาไว้ อย่าห่วงของที่เหลือ เพราะในหมู่บ้านที่มีการเตรียมการไว้แล้วนั้น มีอาหารเพียงพอสำหรับสมาชิกที่เคลื่อนขึ้นไปทานอย่างประหยัด สามารถอยู่ได้นานกว่าสองปี ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น  แกนโลกก็คงสมดุลย์ และ คนอื่นๆ ก็คงสามารถปรับตัวได้

ในระหว่างเดินทางนั้น ให้สวมชุดที่ใช้สำหรับการควบคุมโรคไข้หวัดนก ที่ลุงได้ซื้อเตรียมไว้ และ เมื่อในระหว่างทางเจอฝน ให้ใช้ผ้ายางปันโจกางอีกครั้ง อย่าให้เด็กๆลุยฝน ในช่วงหลังจากนี้ วิกรมพาน้องๆ หลานๆ ไปออกกำลัง โดยการเดินทุกวัน เพื่อในยามที่ต้องเดินเท้าจะได้ไม่ลำบาก ลุงทดลองเดินสบายๆ โดยไม่หยุดเลย ออกจากบ้านแม่ริมตอนเช้า ไปถึงหมู่บ้านเรายังไม่ค่ำนัก ถ้าจำเป็นก็แบกเจ้าตัวเล็ก ๆ แล้วใช้ตัวลากบรรทุกของเป้แบบล้อสูง ก็คงไม่ทุลักทุเลนัก แต่แน่นอน ทางเสียหายหมด แต่เส้นทางที่เดินไป หลานเดินทางไปบ่อย ๆ ถึงจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็คงไม่คลาดเคลื่อนมากนัก ในระหว่างทาง ถ้ามีการขออาหารหรือสิ่งของ ก็ให้ไปอย่าขัดขืน แต่ต้องรีบเดินทางให้ถึงก่อนค่ำ

เพราะในยามค่ำคืนนั้น มีอมนุษย์ที่หลงหลุดมาจากต่างมิติ ที่คุ้นเคยกับความมืด จะมารบกวนเด็กๆได้ ลุงเล่าเรื่องที่ลุงเห็นผ่านญานให้หลานเตรียมตัวในช่วงนี้ จะได้ประมาณสถานการณ์ได้

ลุงเห็น ผู้คนในเมืองที่เสียสติ เที่ยวไปคุ้ยเขี่ยหาอาหาร มีการปล้นฆ่ากัน ซากศพก็มีกองระเกะระกะ มีทหารถือปืนเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งไม่มีสภาพทหารออกมาปล้น โรงพยาบาลที่ลุงเคยทำงาน ตึกใหญ่ล้มพังเกลื่อนลงมา ถนนหนทางที่เราเคยไปถนนคนเดินกันเทพ ไม่เหลือสภาพให้จำได้

ลุงกำหนดจิตไปที่ กรุงเทพ เป็นภาพที่เอน็จอนาถใจมากกว่า น้ำยังไม่ลดลงมากเท่าไร แต่สิ่งที่ลอยเกลื่อน คือ ซากศพคนตาย มีฝูงจรเข้ที่ภูเขาทอง ลุงเห็นภาพคนที่แก่งแย่งกัน ค้นหา ปล้นอาหาร ที่เป็นซากห้างใหญ่

ลุงเห็นภาพ ซากเขื่อนที่จังหวัดตากแตก กวาดน้ำไปตามเส้นทางแทบไม่เหลือสภาพ ว่านี้เคยเป็นเมืองที่เคยมีผู้คนอยู่มากมาย ลุงเห็นภาพ ผู้คนที่รอดมาแต่คงอดอาหาร บางคนใส่สูทอยู่เลย แต่รวมตัวกันไปปล้นแย่งอาหารของคนที่รอดตายคนอื่นๆ มีการฆ่ากัน ภาพคนเสียสติเดินไปเดินมาร้องไห้หัวเราะ ตีอกชกตัวกันเต็มไปหมด

ลุงเห็นภาพ พระ 2 รูป องค์หนึ่ง หน้าตามีเมตตา ขาวๆ อายุประมาณ 4-50 ปี อีกองค์ อ้วนๆ คล้ำๆ นิดหนึ่ง อายุกะไม่ถูก พร้อมกับลูกศิษย์นับร้อยๆ คน เดินทางลงจากเขาลูกเตี้ยๆ มีวัดอยู่ข้างบน ลุงไม่แน่ใจว่าที่ใหนนะ ช่วยกันฝังศพและสวดศพตามมีตามเกิด แต่ที่น่าสนใจ คือ เขาเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่รอดชีวิตมาได้อย่างไร มีการเตรียมการกันอย่างไร โดยที่ไม่แสดงอาการหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย

สิ่งที่ลุงพบในร่างจิตนั้น ขนาดชาวบ้านก็ยังรู้ว่าลุงผ่านไป หลายคนยิ้มให้ แสดงว่ามีระดับจิตที่สูงมาก คงเป็นจังหวัดที่ลุงเคยทำงานที่มีภูเขาเตี้ยๆและมีวัดบนภูเขา ก็น่าจะแถวนครสวรรค์หรือลพบุรี อะไรแถวนั้น เพราะญาณทัศนะของลุงนั้น จะกำหนดจิตไปยังพื้นที่ๆ กายเนื้อเคยผ่านมาแล้ว ภาพจะชัดเจนที่สุด ลุงเสนอให้หลานเดินทางไปกราบพระอาจารย์ทั้งสององค์ และ หาหมู่บ้านที่มีการฝึกจิตระดับสัมผัสกับญานทัศนะของคนอื่นที่ผ่านมาได้

หวังว่าหลานจะชวนน้องกิ๊บที่ทำงานกรุงเทพ ให้ลาออกกลับมาทำงานที่เชียงใหม่ได้ ที่เหลือก็คงเป็นภาพคล้ายๆกัน ถึงความสูญเสีย ขอหลานได้เตรียมใจในส่วนของการสูญเสียคนที่หลานรักด้วย ลุงไม่อาจบอกได้ว่าเป็นใคร แต่หลานต้องเตรียมพร้อมกับการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ของสังขารทุกคนที่เกิดมาร่วมกัน

ผู้โพสต์บันทึกพระคุณลุง ที่บันทึกไว้ให้หลาน ๆ ก่อนออกบวช
วิกรม หลานพระคุณลุง

………………………………………………………………………………………….

4. คนไทยจะเผชิญกับสิ่งใดบ้าง

บันทึกหน้าสุดท้ายที่จะเขียนถึงหลาน ก่อนที่พรุ่งนี้ลุงจะออกเดินทางไป เพื่อ ติดตามพระอาจารย์โสณะ ซึ่งถ้าได้รับอนุญาตจากพระอาจารย์ ลุงคงบวชตามที่ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าก่อนนี้แล้ว ลุงคงไม่มีภาระในทางโลกมากอยู่แล้ว เพราะคุณป้าของหลานได้ลาโลกนี้ไปนานหลายปีแล้ว วันเวลาที่ผ่านมา ลุงก็พอมีความสุขทางโลกกับลูกๆหลานๆ และ ช่วยเหลือคนไข้ไปตามประสา จนสามารถที่จะมีเวลาในการศึกษาในทางธรรม จนชีวิตก้าวมาถึงจุดนี้

บันทึกนี้ลุงบันทึกไว้เพื่อให้ลูกหลานได้ระลึกถึงลุง เพราะหลังจากลุงบวชแล้ว ต้องติดตามพระอาจารย์โสณะ เท่าที่ได้กราบพระอาจารย์พระอาจารย์ จะธุดงค์เป็นส่วนใหญ่ และ ลุงเชื่อมั่นว่า พระอาจารย์จะมีอายุขัยมาหลายร้อยปีมาแล้ว เพราะลุงได้กราบถามพระอาจารย์ว่า พระอาจารย์ทำไมพูดได้หลายภาษา พระอาจารย์ ยิ้มๆ แล้วบอกว่า เมื่อจิตฝึกมาดีแล้ว และ มีเวลาศึกษาอะไรนาน ๆ ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจหลาย ๆ ภาษา และ ถ้าไม่อยากศึกษาก็สามารถสื่อสารกันด้วยจิต

ลุงได้ถามว่า พระอาจารย์ชื่อพ้องกับพระในคณะพระ ที่เดินทางมาจากอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศก เพื่อมายังสุวรรณภูมิ พระอาจารย์ยิ้มๆ บอกว่า ทำไมคิดว่าพ้องละ ลุงเลยบอกว่า เพราะพระที่มาจากอินเดียรูปนั้น ถ้ายังอยู่ อายุคงเป็นพันกว่าปีแล้ว พระอาจารย์ไม่ตอบ แต่เบี่ยงไปว่า ในดินแดนจาตุมหาราชิกา หรือรอยต่อนั้น  พรรษาหนึ่งกับบ้านเรา นานกว่านั้นแล้วนะ และ ที่ลุงมั่นใจ เพราะว่าระดับจิตเจโตของลุง ไม่สามารถเทียบเคียงกับจิตของพระอาจารย์ได้ ที่สูงกว่าพระที่มีชื่อเสียงในบ้านเรา ที่ลุงไปกราบมาแล้วตั้งมากมาย จึงคาดว่า อาจจะได้พบกับหลาน หรือ ว่าไม่มีโอกาสอีกเลยก็ได้ แต่หวังว่า หลานจะฝึกจิตจนร่างจิตสามารถที่จะติดต่อกับลุงได้ในที่สุด

วิกรม สิ่งที่ลุงได้บันทึกเหล่านี้ เป็นการบันทึกที่ผ่านญานทัศนะของลุงในระดับจิต ที่ลุงมีอยู่ สามารถเดินหน้าถอยหลังชัดเจน ในพื้นที่ที่กายเนื้อของลุงเคยไปสัมผัสในบริเวณนั้นๆ แต่ที่ผ่านมา ลุงมีโอกาสได้เดินทางไปเกือบทั่วทุกจังหวัด เพราะไปทั้งราชการ และ ป้าของหลานเป็นคนชอบเที่ยว ทำให้การผูกจิตเข้ากับจุดที่กายเนื้อผ่านไป มีความชัดเจนในภาพรวม ที่พอจะช่วยหลานได้พอสมควร

สุดท้ายที่ลุงจะบอกกับหลาน ก็คือ ต่อไปประเทศไทยหลังวันที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลุงไม่แน่ใจว่าในญานที่ลุงผ่านไปนั้น ลุงเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางดอยสุเทพ หรือ ขึ้นผิดทาง ที่เราเคยเห็นมาโลกคงเปลี่ยนไปมากทีเดียว

ลุงใช้เวลาหลายคืน ในระยะที่ผ่านมาเพื่อกำหนดยังที่ต่างๆ หลานจะได้เห็นประเทศไทยเปลี่ยนไป เหนือกับอีสาน ยังพอมีเหลือคนไทยอยู่มาก น่าสงสารคนภาคใต้ที่โชคร้าย ที่น้ำทะเลสูงเท่าตึก 5 ชั้น 7 ชั้น กวาดเข้ามาในแผ่นดิน ตอนที่โลกเหมือนจะชนกับอะไรซักอย่าง ที่ลุงเล่าให้ฟังแล้ว จนคนที่รอดตายเหลือน้อยอยู่แล้ว ก็จะมาตายกับลูกเห็บยักษ์อีก หลังจากนั้น ลุงเห็นคนที่รอดตาย กำลังจะไปหาอะไรทานเพราะความหิว กลับถูกน้ำทะเลมากวาดคน ลงไปให้ปลากินเป็นอาหารอีกมากมาย ภาคใต้คนจะเหลือน้อยจริงๆ

ในส่วนของเมืองกรุงเทพของเรา ก็คงจะจมลงในน้ำที่เกิดจากเขื่อนพัง มีคนตายมากมาย และ กว่าน้ำจะลดลง จำนวนคนตายมาก จนคนไม่กล้ามาอยู่ เพราะวิญญานที่ไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว วนเวียนหาคำตอบให้ตัวเองมากมายไปหมด ใครที่เข้ามาโดยจิตที่อ่อนแอแล้ว จะถูกดวงวิญญาณเหล่านี้พยายามที่จะเข้ามาหาคำตอบ น่ากลัวจนคนไม่กล้ามา จนกลายเป็นเมืองร้าง

คนที่มีมากที่สุดแต่กลับเดือดร้อนที่สุดกับคนภาคอีสาน เพราะขุดบ่อน้ำตรงไหนก็เจอแต่หิน บ่อที่เคยมีน้ำ กลับกินไม่ได้ เลยกลายเป็นน้ำที่เค็มกว่าทะเล ลุงเห็นภาพคนเป็นหมื่นเป็นแสน เดินไปอยู่ริมน้ำโขงมากมาย และสุดท้าย คนอีสานข้ามไปอยู่ฝั่งน้ำโขง ไปอยู่ประเทศลาว มีพระอาจารย์ที่หูเป็นปาน พาชาวบ้านเดินข้ามน้ำไป

ทางเหนือของเรา อาหารการกินถ้าไม่ได้มีการกักเก็บไว้ล่วงหน้า จะเจอกับปัญหา เพราะอากาศจะหนาวมาก ลุงกำหนดจิต ไปที่ภูเขา เจอหิมะบนยอดเขา ตอนแรกคิดว่าอธิษฐานผิดที่ไปเมืองนอก แต่กลับไม่ใช่ ลุงเห็นภาพ พระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่กลางหิมะขาวโพลน กว่าจะปรับตัวกันได้ ก็คงจะลำบากหน้าดู แต่อย่างไรก็ตาม ลุงโซ๊ะที่ปลูกพืชเมืองหนาวมาตลอดชีวิต น่าจะช่วยให้คำแนะนำหลานได้ อีกอย่างโรงเขี่ยเชื้อเห็ดเพาะเห็ด ที่ให้ดูแลอยู่ก็น่าจะช่วยเรื่องอาหารได้นานพอสมควร ที่หลาน ๆ จะได้ปรับตัวกันได้

หวังว่าสิ่งที่ลุงบันทึกนี้ จะเป็นประโยชน์กับหลานไม่มากก็น้อย ในการเตรียมการ ส่วนอุปกรณ์ที่ลุงได้เตรียมให้พวกเราไว้ ทั้งเป้ อุปกรณ์ยังชีพ วิทยุสื่อสาร ชุดป้องกันโรค และอื่น ๆ ขอให้หลานได้ตรวจสอบตามวงรอบ ที่ลุงได้ทำแผ่นบันทึกให้ตรวสอบ และ สับเปลี่ยนยา อาหารหลอดในเป้ รวมทั้ง ชุดป้องกันเชื้อ ส่วนอาวุธปืน มีดสนาม ขอให้รักษาให้ดี ปืนนั้นทะเบียนเป็นชื่อลุงก็คงไม่เป็นไร เอาไว้ป้องกันตัวจากสัตว์ร้าย

ขอหลานได้ตั้งใจฝึกจิตและพาน้องๆ หลานๆ ฝึกด้วยกับหลาน ส่วนเจ้าตัวเล็ก ๆ ทั้งหลาย ให้ฝึกสวดมนต์ในบทที่ลุงเตรียมไว้ให้ ลุงเขียน Username และ Pass ไว้ที่หน้าจอแล้ว ถ้าไม่ลำบากคิดจะทำบุญ ก็ให้หลานไปติดตามข้อมูลและติดตามข่าว จากในเวปพลังจิต ก็จะได้ประโยชน์จากการหาของที่จำเป็นและวิธีการในการเตรียมความพร้อม ขอคุณพระศรีรัตนตรัยได้คุ้มครองหลานๆ ด้วย สิ่งใดๆ ที่ลุงได้ล่วงเกินหลานๆ และทุกคน โปรดเมตตาอหสิกรรมลุงด้วย

ลุงหมอของหลาน ๆ ทุกคน

วิกรมหลาน พระคุณลุงคนเชียงใหม่ โพสต์

ข้อความในบันทึกใดๆ ที่มาจากบันทึกนี้

ก่อให้เกิดอกุศลกรรมกับผู้ใด โปรดเมตตาอโหสิกรรมให้กระผมด้วยครับ

วิกรม

ขอบคุณข้อมูลจากบอร์ดพลังจิต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s